BC-06

แสงแดดที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวันเป็นตัวอันตรายทำร้ายผิวสดใสของผู้หญิงให้ร่วงโรยไปก่อนเวลาอันควร รังสี UV ในแสงแดดทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น สีผิวคล้ำเข้ม เกิดริ้วรอยก่อนวัย กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนังซึ่งเป็นผลผลิตจากการที่ร่างกายต่อสู้กับแสงแดดและมลภาวะเป็นเวลานาน ครีมกันแดดเป็นวิธีการปกป้องผิวที่ได้รับความนิยมเพื่อช่วยเป็นเกราะป้องกันรังสีความร้อนปกป้องผิวจากความหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย ผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ช่วยปกป้องผิวแตกต่างกันไป ควรเลือกแบบใดถึงจะเหมาะกับสภาพผิวสาวไทยและแสงแดดร้อนแรงในบ้านเรามากที่สุด

วิธีการเลือกครีมกันแดดที่รับมือกับแสงแดดและปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ควรพิจารณาฉลากของผลิตภัณฑ์ เลือกประเภทที่ระบุทั้งค่า SPF และค่า PA เพื่อที่จะปกป้องผิวได้จากทั้งรังสี UV A และ UV B เพราะรังสี UV A ทำให้ผิวคล้ำขาดความสดใส รังสี UV B ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดอาการแสบร้อน เป็นผื่นแดงและเกิดผิวไหม้ รังสีทั้งสองชนิดทำให้ผิวหนังแห้งกร้าน เหี่ยวย่น ขาดความยืดหยุ่น และก่อโรคมะเร็งผิวหนังได้พอกัน มีรายละเอียดดังนี้

  1. ค่า SPF (Sun Protective Factor) เป็นค่าที่ระบุว่าครีมกันแดดชนิดนั้นช่วยป้องกัน UV B ได้กี่เท่า โดยคูณตัวเลขกับจำนวนนาทีที่ผิวภายนอกทนต่อรังสี UV B เพื่อให้รู้ว่าจะสัมผัสแดดได้นานแค่ไหนโดยไม่ทำให้แสบร้อนหรือผิวไหม้ ผิวของคนเราจะรับมือกับแสงแดดโดยปราศจากครีมกันแดดระหว่าง 10-30 นาที ดังนั้น ครีมกันแดด SPF30 หมายถึงสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30×30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง จะสังเกตเห็นว่าได้ว่าผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดในท้องตลาดมี SPF สูงมาก ยิ่งมีค่า SPF สูง ระยะเวลาในการช่วยปกป้องผิวจากรังสีของแสงแดดแต่ละครั้งจะยาวนานขึ้น หากอยู่ในที่ร่มเป็นส่วนใหญ่ควรเลือกใช้ SPFประมาณ 15-30 แต่ถ้าชีวิตประจำวันต้องอยู่กลางแดดหรือมีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ทำให้ผิวมีโอกาสได้รับอันตรายจากแสงแดดมากกว่าปกติ อาจจะต้องใช้ค่า SPF สูงในระดับ SPF 40 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเพียงพอ
  2. ค่า PA (Protection Grade of UVA) เป็นค่าระบุระดับการป้องกันรังสี UVA แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ PA+, PA++ และ PA+++ มีความสามารถในการป้องกัน UVA 2 เท่า 4 เท่า และ 8 เท่า ตามลำดับ สัญลักษณ์เหล่านี้มีความสำคัญมากในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด
  3. ในการเลือกครีมกันแดด ควรเลือกสูตรกันน้ำที่มีคุณสมบัติทนเหงื่อ ช่วยป้องกันแสงแดดขณะว่ายน้ำ หรือกิจกรรมกีฬาอื่นๆ แต่ครีมกันแดดสูตรกันน้ำบางยี่ห้อหนียวเหนอะหนะ ไม่เหมาะใช้ระหว่างวันทั่วไปทำให้หน้ามัน หนักหน้า สีของครีมกันแดดส่วนใหญ่มักจะเป็นสีขาวซึ่งเป็นตัวการทำให้หน้าวอก หน้าลอย แถมยังล้างออกยาก อาจก่อปัญหาสิวอักเสบและอุดตันสำหรับสาวที่มีปัญหาผิวอยู่แล้ว ไม่อยากพลาดหน้าขาวคอดำก็ต้องคัดเลือกครีมกันแดดกันให้ดี

เคล็ดลับง่ายๆ คือเลือกผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดสูตรกันน้ำ  รีไวทัลไลซิ่ง เซนเทลลา โซลาร์ ชิลด์ (Revitalizing Centella Solar Shield) ของ La Vita เนื้อครีมสีเบจเฉดใกล้เคียงกับสีผิวไม่สว่างหรือคล้ำไป ทาแล้วซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว สามารถทาก่อนเครื่องสำอางได้เลย เวลาแต่งหน้าจะดูไม่หนา สีผิวเรียบเนียนเป็นธรรมชาติมากกว่า ช่วยให้ใบหน้าไม่วอก ไม่ลอย และไม่เป็นคราบระหว่างวัน มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากแดดได้ถึง SPF40 ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV A และ UV B เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน แถมยังกันน้ำได้ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีส่วนผสมของพาราเบนเป็นสารกันเสีย

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดสูตรนี้คือส่วนผสมของสารสกัดจากบัวบกเข้มข้น (Centella asiatica Extract) หรือ ECa 233 ซึ่งสร้างความฮือฮาในแวดวงผลิตภัณฑ์ความงามและกลุ่มผู้รักสุขภาพ เพราะเน้นการสร้างผิวสวยสุขภาพดีจากภายใน คุณสมบัติเด่นคือการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินชั้นผิว พร้อมกับต่อต้านสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของผิวสวย ทำลายเซลล์ผิวเสื่อมสภาพจะส่งสัญญาณแห่งวัยปรากฏบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ผิวหย่อนคล้อยดูแก่กว่าวัย เป็นฝันร้ายของผู้หญิง สาร ECa 233 เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ผสมในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดของ La Vita ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ  ต่อต้านการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนัง ช่วยเพิ่มความสว่างกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถปรับสภาพผิวหน้ายืดหยุ่นเต่งตึงขึ้น ยกกระชับผิวและกระชับรูขุมขนกลับมาแน่นละเอียด ผิวหน้าเรียบเนียนชุ่มชื้น หมดกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย เมื่อนำมาผสมผสานในเนื้อครีมกันแดดจึงช่วยปกป้องแสงแดดตัวการทำลายผิวคล้ำเสีย พร้อมปรนนิบัติผิวฟื้นบำรุงในขั้นตอนเดียว

ครีมกันแดดทั่วไปที่มีค่า SPF สูงอาจเสี่ยงจะเกิดการระคายเคืองผิวหนังและเกิดผดผื่นคันสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย แต่ส่วนผสมสารสกัดจากบัวบกเข้มข้นของ La Vita มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ประกอบกับสารสกัดจากดอกคาร์โมมายล์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ บรรเทาอาการบวมแดง และสารสกัดจากดอกคาโมมายล์ที่ช่วยลดริ้วรอย ลบรอยดำจากสิวและลดรอยตีนกา จึงเป็นสูตรอ่อนโยนต่อผิวหนัง ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง มีความปลอดภัยใช้ได้กับทุกสภาพผิว นอกจากจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ตลอดวันแล้ว ยังช่วยปรับสมดุลของสีผิวตามธรรมชาติ เพิ่มความกระจ่างใสและเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ควรใช้คู่กับมอยซ์เจอร์ไรซิ่งเจลช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นเพื่อสุขภาพของผิวที่ดีคงความอ่อนเยาว์อย่างยาวนาน

 


1261 Total Views 2 Views Today
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×