เคล็ด(ไม่)ลับ วิธีรักษาฝ้าหนา กระลึก ให้จางหายไป แบบไม่ทำร้ายผิว

เคยสังเกตกันมั้ย เมื่ออายุเริ่มมากขึ้นสิ่งที่เป็นปัญหาผิวรองลงมาจากปัญหาริ้วรอยก็คือ ฝ้า กระและจุดด่างดำ ที่ทำให้ความมั่นใจของสาวๆ ต้องหล่นหายไม่กล้าหน้าสดออกจากบ้าน เพราะการมีฝ้า กระ จะทำให้คุณดูแก่กว่าวัย ผิวพรรณไม่สดใสและพาลทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำอีกด้วย ซึ่งวิธีการรักษาฝ้า กระ นั้น จริงๆ แล้วสามารถทำได้หลายวิธี แต่หากรักษาจนฝ้า กระจางหายแล้วไม่ดูแลและปกป้องผิวต่อเนื่อง ปัญหาฝ้า กระ ก็จะกลับมาอีก และอาจเป็นมากยิ่งกว่าเดิมเพราะวิธีการรักษาฝ้า กระ แบบรวดเร็วทันใจอย่างพวก ครีมทาฝ้ากระที่ผสมไฮโดรควิโนน การทำเลเซอร์ฝ้ากระหรือการใช้ AHA เข้มข้น จะใช้การลอกผิวหนังชั้นบนออก ทำให้ฝ้า กระ หลุดลอกออกไปด้วย แต่ผลที่ตามมาคือผิวหน้าที่อ่อนแอ บอบบาง ไวต่อแสงแดดและแพ้ง่าย

ดังนั้นหากอยากมีผิวหน้าที่ขาวใส ไร้ปัญหาฝ้า กระกวนใจ มาดูเคล็ด(ไม่)ลับ วิธีรักษา ฝ้าหนา กระลึก ให้จางหายไป แบบไม่ทำร้ายผิวกันดีกว่า

ฝ้า กระ คืออะไร?

กระบวนการเกิดฝ้าและกระนั้นคล้ายคลึงกันมาก แต่ฝ้าจะมีบริเวณที่กว้างกว่าและมองเห็นได้ชัดกว่า ซึ่งปัญหาฝ้า กระสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของใบหน้า แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบฝ้าบริเวณโหนกแก้ม ส่วนกระจะกระจายได้ทั่วใบหน้าและลำตัว ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วปัญหาฝ้า กระ ส่วนมากจะเริ่มจากวัย 30 ปีขึ้นไป โดยฝ้าต่างจากกระ ตรง “ฮอร์โมน” เพราะกระส่วนใหญ่จะเกิดจากแสงแดด ความร้อน และอายุ แต่การเกิดฝ้ามักจะมีปัจจัยฮอร์โมนเข้ามาด้วย เช่น การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็วตอนตั้งครรภ์ รวมไปถึงการที่ฮอร์โมนเพศหญิงที่ลดลงอย่างรวดเร็วก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน อย่างช่วงการเข้าสู่วัยทอง และวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

วิธีรักษาฝ้า กระ แบบไม่ทำร้ายผิว

1. ป้องกันการเกิดฝ้า กระ ด้วยครีมกันแดด
อย่างที่รู้กันดีว่า ตัวการสำคัญของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำนั่นก็คือ แสงแดด เพราะรังสี UVA และ UVB ในแสงแดดคือตัวการที่ไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีหรือเมลานินใต้ผิวหนังให้ผลิตออกมามากกว่าปกติ จนกลายมาเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ ซึ่งวิธีการป้องกันสามารถทำได้โดยการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันก่อนออกจากบ้าน โดยครีมกันแดดที่ใช้ควรเลือกแบบที่มีค่า SPF 40 PA+++ ขึ้นไป เพราะแดดเมืองไทยแรงมาก นอกจากนี้อีกวิธีที่ช่วยได้คือ การเลือกใช้ครีมกันแดดที่เพิ่มสารบำรุงผิวที่ช่วยในเรื่องการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ให้จางลงอย่างอ่อนโยน เช่น สารสกัดจากใบบัวบกช่วยลดการสร้างเมลานิน ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และลดเลือนริ้วรอย ยิ่งใช้ยิ่งช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดฝ้า กระขึ้นมาใหม่ แถมยังช่วยรักษาฝ้า กระเดิมให้จางหายไปได้อีกด้วย

2. ดูแลตัวเองจากภายใน
ปัจจัยหนึ่งของการเกิดฝ้า กระ ก็คือ การเสียสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ดังนั้นนอกจากการใช้ครีมทาฝ้า การทำทรีตเมนต์ และการรักษาด้วยวิธีต่างๆ ภายนอกแล้ว ในระหว่างการรักษาควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วย โดยการทานยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ที่เป็นฝ้ากระจากฮอร์โมนเพศที่ไม่สมดุล และการทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่ช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้า กระ ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

3. สมุนไพรพอกหน้า ช้าแต่ชัวร์
สำหรับคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย อาจไม่กล้าที่จะเสี่ยงใช้ครีมแก้ฝ้าชนิดต่างๆ ที่วางขายในท้องตลาด เพราะกลัวว่าหากเกิดอาการแพ้ขึ้นมา จากแค่ปัญหาฝ้า กระ อาจลุกลามจนทำให้ผิวหน้าเสียหายไปกว่าเดิมได้ ดังนั้นหลายคนจงหันมาใช้สมุนไพรไทยในการพอกไปบริเวณที่เป็นฝ้า กระ ซึ่งสมุนไพรที่สามารถช่วยให้ฝ้า กระดูจางลงได้ก็มีหลากหลายชนิด เช่น หัวไชเท้า ว่านหางจระเข้ มะขามเปียก และใบบัวบก เป็นต้น ซึ่งส่วนมากก็จะใช้การคั้นหรือปั่นละเอียดแล้วพอกบริเวณที่เป็นฝ้า กระไว้ประมาณ 10-20 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่วิธีนี้ช่วยให้ฝ้า กระ บนใบหน้าจางลงได้จริงแต่อาจต้องใช้เวลานานและยุ่งยากไปซักหน่อย

4. รักษาฝ้า กระ ด้วย IPL (Intense Pulsed Light)
IPL ก็คือ การใช้แสงยิงลงไปที่ผิวให้เกิดความร้อน ซึ่งความร้อนนั้นจะไปทำลายโปรตีนของเม็ดสีผิวหรือเมลานิน ทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้น กระบวนการทำไม่มีความเจ็บปวดและไม่ต้องทายาชาเหมือนการทำเลเซอร์ทั่วไป หลังทำเสร็จอาจมีรอยแดงบ้างเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และจะค่อย ๆ จางหายไปเอง หลังการทำ IPL แล้ว จุดที่เป็นฝ้า กระอาจมีการตกสะเก็ดและค่อยๆ หลุดออกมาเอง ซึ่งเพื่อให้ผลที่ดีในการรักษาควรทำติดต่อกันทุก 2 สัปดาห์ ในช่วงแรก และกลับมาทำอีกทุก ๆ 1-2 เดือน เพื่อยังผลการรักษาเอาไว้ แต่อย่างไรก็ดี การทำ IPL ก็ไม่สามารถทำให้ฝ้า กระหายขาดได้ เพียงแต่ช่วยทำให้มันจางลงเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปฝ้า กระ ก็มีโอกาสจะกลับมาใหม่ ดังนั้นทำไปแล้วต้องดูแลผิวหน้าให้ดีโดยเฉพาะการทาครีมกันแดด

5. การใช้ครีมทาฝ้า ที่มีสารสกัดจากใบบัวบก
หากคุณไม่อยากหน้าลอก แสบแดงและพัง ควรหลีกเลี่ยงครีมทาฝ้าที่เคลมว่าผิวขาวใส ฝ้า กระหายใน 7 วัน เพราะในความเป็นจริงนั้นมันไม่มีทางเป็นไปได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายอย่าง ไฮโดรควิโนนหรือปรอท ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว ดังนั้นควรเลือกใช้ครีมรักษาฝ้า กระ ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติอย่างใบบัวบก ซึ่งมีงานวิจัยรับรองมาแล้วว่าสาร ECa 233 ( Centella asiatica Premium Extract ) ที่สกัดได้จากใบบัวบกนั้น มีคุณสมบัติในการช่วยผลัดเซลล์ผิวที่อ่อนแอออกอย่างอ่อนโยน เป็น Whitening จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูและเข้าบำรุงเซลล์ผิวให้แข็งแรง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวและรักษาสมดุลการสร้างเม็ดสีผิวหรือเมลานินไม่ให้มากเกินไป ทั้งยังช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวีบี (UVB protection effect) เรียกได้ว่าทั้งช่วยแก้ปัญหาฝ้ากระบนผิวหน้าให้จางหายไปพร้อมทั้งปกป้องผิวที่เกิดใหม่ให้แข็งแรง ไร้ปัญหาฝ้ากระมากวนใจได้อีกด้วย

ปัญหาฝ้า กระ มีวิธีการรักษาให้จางหายได้หลายวิธี แต่สิ่งสำคัญคือการที่ฝ้า กระกลับมาเกิดซ้ำ เพราะแสงแดดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำได้เช่นกัน ดังนั้นหลังจากที่ทำการรักษาฝ้า กระให้จางหายไปได้แล้วไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน สิ่งหนึ่งที่ต้องดูแลใส่ใจอย่างต่อเนื่องก็คือ การหมั่นปกป้องผิวหน้าด้วยครีมกันแดดเป็นประจำ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการกลับมาเกิดซ้ำของฝ้า กระบนใบหน้าของคุณได้ทั้งสิ้น

Add Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *