ไฮยาลูรอน คืออะไร? ใช้แล้วหน้าเด้งจริงมั้ยหรือแค่มโน

หนึ่งในตัวชี้วัดความสวยเป๊ะของใบหน้าก็คือ การมีผิวหน้าที่เนียนใสไร้ริ้วรอย เพราะช่วยให้คุณดูอ่อนกว่าวัยจนใครๆ ก็ต้องทัก ยิ่งเทรนด์ความงามในยุคนี้คือ การมีผิวอิ่มน้ำ เปล่งปลั่ง แบบผิวสุขภาพดีเหมือนได้นอนมา 8ชม.ทุกคืนด้วยแล้ว ทำให้เราได้ยินชื่อ ไฮยาลูรอน หรือไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) สารสำคัญในครีมบำรุงผิวหน้าบ่อยขึ้นมาก เพราะถูกนำมาใช้โฆษณาว่า ใช้แล้วผิวสวยหน้าเด้งใส เติมเต็มริ้วรอยก่อนวัยและอีกสารพัดคำเคลม ที่ทำให้สาวๆ แบบเราต้องเคลิ้มจนควักเงินซื้อมาใช้บำรุงผิวหน้าในที่สุด

วันนี้เราจึงอยากชวนสาวๆ มารู้จักกับ ไฮยาลูรอน หรือไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) กันแบบเจาะลึก ทั้งด้านคุณสมบัติ  กลไกทำงานต่อผิวและชนิดของไฮยาลูรอนในท้องตลาดตอนนี้ที่ฮิตๆ กันมีทั้งหมดกี่รูปแบบ จะได้ฟันธงกันไปเลยว่า เงินที่เสียไปกับการซื้อ ไฮยาลูรอนมาบำรุงผิวหน้านั้น คุ้มค่าสมราคา หรือว่าแค่มโนไปเอง

ไฮยาลูรอนิค คืออะไร?

ไฮยาลูรอน หรือไฮยาลูรอนิค แอชิด (Hyaluronic Acid) เป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะพบมากที่สุดบริเวณดวงตาและข้อต่อ ร่างกายของเราสามารถสร้าง ไฮยาลูรอนิค ขึ้นได้เอง ซึ่งหน้าที่หลักของ ไฮยาลูรอนิค ในร่างกายคือ เพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี โดยเฉพาะที่ ข้อต่อ ข้อเข่า เพราะไฮยาลูรอนิค มีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการอุ้มน้ำได้ดี และด้วยคุณสมบัตินี้เอง ไฮยาลูรอนิค จึงถูกนำมาใช้ในด้านความงาม โดยช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น รักษาความชุ่มชื้น และ ป้องกันการเกิดริ้วรอยที่ผิว เพราะเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไปการสร้าง ไฮยาลูรอนิค จะลดลงเรื่อยๆ ทำให้เราต้องเสริม ไฮยาลูรอนิค ให้กับผิวเพื่อคงความอ่อนวัย ด้วยการทาครีมบำรุงหรือฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยตรง

ไฮยาลูรอนิคดีต่อผิวอย่างไร?

1.ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นบนผิว ไฮยาลูรอนิคถูกผลิตขึ้นจากบริเวณผิวหนังชั้นล่าง แล้วจึงกระจายไปถึงผิวหนังชั้นบน ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย  เนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่น  ผิวดูอิ่มน้ำ ซึ่งเกิดจากผิวที่ได้รับความชุ่มชื้นที่เพียงพอ

2.ช่วยสมานของผิวและฟื้นฟูผิวได้เร็วยิ่งขึ้น ไฮยาลูรอนิคช่วยในการรักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวที่เป็นแผลหรือรอยแผลเป็นจากสิวฟื้นตัวได้เร็วกว่าเดิมถึง 80%

3.ช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึง หน้าเด้งใส มีชีวิตชีวา ไฮยาลูรอนิคจะไปช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิว ในส่วนที่ไม่ได้ติดต่อกับเส้นเลือดโดยตรง การใช้ครีมบำรุงที่มี ไฮยาลูรอนิค ผสมอยู่กับสารสำคัญที่ช่วยบำรุงผิวต่างๆ จึงยิ่งเสริมให้ผิวสวย หน้าใสได้ไวยิ่งขึ้น

4.ช่วยตรึงคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังแท้ เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวจะลดน้อยลง การเพิ่ม ไฮยาลูรอนิคให้กับผิว จะช่วยในการยึดเกาะและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวทำให้ผิวหน้ากลับมายืดหยุ่น หน้าเด้งใส ริ้วรอยเลือนหายไป ดูอ่อนวัยได้อีกครั้ง

5.ช่วยลดอนุมูลอิสระและกรองรังสี UV ตัวปัญหาใหญ่ที่ทำร้ายผิวให้หมองคล้ำและเกิดริ้วรอย
ได้รู้กันแล้วว่า ไฮยาลูรอน หรือไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) เป็นสารสำคัญที่ช่วยต้านความแก่ให้กับผิวได้ดีมากๆ แต่ทุกวันนี้มีครีมบำรุงมากมายที่เคลมว่าใช้ ไฮยาลูรอนิค หลากหลายขนาดโมเลกุล ซึ่งไฮยาลูรอนิคที่ดีต่อผิวที่สุด คือ ไฮยาลูรอนิคขนาด 4 โมเลกุล …อยากรู้ว่าดีอย่างไร ตามมาดูคุณสมบัติที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของ ไฮยาลูรอนิค 4โมเลกุลกันได้เลย

ทำไมถึงต้องใช้ไฮยาลูรอนิค 4โมเลกุล?

เพราะประกอบด้วย ไฮยาลูรอนิค ที่มีขนาดโมเลกุลแต่งต่างกัน 4 ขนาด ซึ่งแต่ละขนาดโมเลกุลก็จะมีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวหน้าแตกต่างกันออกไป ดังนี้

  1. Oligo HYA (โอลิโก ไฮยาลูรอนิค) : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย

เป็นไฮยาลูรอนิคที่มีขนาดโมเลกุลเล็กกว่า 5 kDa (ขนาดเล็กที่สุด) จึงซึมผ่านเข้าสู่ชั้นผิวได้ดี สามารถลงลึกถึงผิวชั้น Dermis (ชั้นผิวหนังแท้) ทำให้เก็บกักความชุ่มชื้นในผิวได้ทั้งจากภายในและภายนอก โดย Oligo Hya จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างเอนไซม์ HAS2 ซึ่งเป็นสารสำคัญในกระบวนการสร้าง กรดไฮยาลูรอนิค ที่บริเวณผิวชั้น Dermis (ชั้นผิวหนังแท้) เพิ่มขึ้น จึงช่วยลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นผลชัดเจนภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ (จากการทดสอบในอาสาสมัคร 37 คน) และเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้กับผิว

  1. Very Low MW HYA ( VL HYA) : ลดการสร้างเม็ดสีผิว หน้าเด้งพร้อมผิวขาวกระจ่างใส

เป็น ไฮยาลูรอนิค ที่มีขนาดโมเลกลุเล็กมากเพียง 10-15 kDa มาทำอนุพันธ์กับ α-linolenic acid  ด้วยขนาดโมเลกุลของไฮยาลรูอนิคที่เล็กมาก จึงช่วยในการนำพาสาร α-linolenic acid  ซึ่งให้ผลทางด้านผิวขาว กระจ่างใส เข้าไปสู่เซลล์ผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอได้อย่างตรงจุด โดยเห็นผลชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์  VL HYA มีกลไกการทำงานที่ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีผิวได้อย่างตรงจดุถึง 3 ขั้นตอน  คือ

1) ยับยั้งการสร้าง Tyrosinese ที่ใช้ในการผลิตเม็ดสีผิว

2) เพิ่มการทำงานของ Proteasome ซึ่งทำให้ Tyrosinase เกิดการสลายตัวมากขึ้น  การผลิตเม็ดสีผิวจึงลดลง

3) เพิ่มกระบวนการ desquamation ให้กับผิว ผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกมากขึ้น

  1. Low MW HYA ( LMW Hya) : ผิวอิ่มน้ำ ลดความมัน ต้านอนุมูลอิสระและรังสี UVเป็นไฮยาลูรอนิค ที่มีขนาดโมเลกุล 150-1,300 kDa ซึ่งเล็กกว่า ไฮยาลูรอนิคทั่วไปจึงสามารถซึมผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ดีและลึกถึงผิวชั้น Epidermis (ผิวชั้นหนังกำพร้า) จึงช่วยเก็บกักและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ยาวนาน ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้น ทั้งยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย โดย LMW Hya จะไปลดการผลิตสาร TNF-alpha บน keratinocytes ที่ผิวชั้น Epidermis ทำให้การผลิต sebum ของต่อมไขมันลดลง ผลจากการทดสอบในอาสาสมัครพบว่า LMW Hya ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ถึง 20% ภายใน 12 สัปดาห์ และยังช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระและกรองรังสี UV ได้อีกด้วย
  2. High MW HYA : เกราะปกป้องผิว ชุ่มชื้น เรียบเนียน
    เป็น ไฮยาลูรอนิค ที่มีขนาดโมเลกุลขนาดใหญ่ ประมาณ 1,300  – 2,000 kDa ทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องผิว พร้อมกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิวตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน อ่อนนุ่มน่าสัมผัส ผิวอิ่มน้ำดูสุขภาพดี

เห็นมั้ยล่ะคะว่า ไฮยาลูรอนิค 4 โมเลกุลนั้น มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การมีผิวสวยในอุดมคติของสาวๆ ได้ทุกด้านจริงๆ ใครที่เคยคิดว่าไฮยาลูรอนิค ช่วยแค่เรื่องความชุ่มชื้นและริ้วรอยคงต้องคิดใหม่แล้วนะคะ แต่ก่อนเลือกซื้อครีมบำรุงที่มีไฮยาลูรอนิค ต้องเช็กให้แน่ใจก่อนนะคะว่าเป็นครีมบำรุงผิวที่ใช้ไฮยาลูรอนิค 4โมเลกุลและยิ่งถ้าครีมบำรุงนั้นๆ มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติต่างๆ ที่ดีต่อผิว เช่น ใบบัวบก ว่านหางจระเข้และวิตามินอีด้วยแล้ว ก็จะยิ่งช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆ แข็งแรงและมีสุขภาพดียิ่งขึ้นไปอีก รู้แบบนี้แล้วอย่ารอช้า รีบไปหาไฮยาลูรอนิค 4โมเลกุลมาบำรุงผิวหน้ากันดีกว่าค่ะ!

สงสัยกันไหม “ไฮยาลูรอนิค” คืออะไร ทำไมต้องมีในเครื่องสำอาง !?

https://www.vsquareconsult.com/hyaluronic-acid/

Add Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *