สยบทุกรอยแผลเป็นด้วยพลังจากสารสกัดธรรมชาติ

วันนี้เราเลยมีตัวช่วยดีๆ ที่จะสยบทุกรอยแผลเป็นทั้งรอยแผลเป็นจากสิว รอยแผลเป็นจากการผ่าตัด รวมไปถึงวิธีป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นแบบง่ายๆ โดยใช้สารสกัดธรรมชาติจากสมุนไพรดีๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีจุดเด่นในการดูแลแผลเป็นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเราไปทำความรู้จักกับรอยแผลเป็นแต่ละชนิดและกลไกการเกิดรอยแผลเป็นกันก่อนดีกว่า

รอยแผลเป็นเกิดจากอะไร?
เป็นกระบวนการหนึ่งของการรักษาแผลที่ร่างกายสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผลจากอุบัติเหตุ แผลผ่าตัด แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกหรือแผลจากสิว ซึ่งเมื่อได้รับบาดแผลบนผิวหนัง ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมตัวเองเพื่อปิดบาดแผลนั้นโดยเร็วที่สุด

โดยลำดับแรก ร่างกายจะสร้างลิ่มเลือดเพื่อช่วยในการแข็งตัวของเลือดและปิดบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ จากนั้นไฟโบรบลาสต์เซลล์ (Fibroblast Cells) ที่อยู่ในชั้นหนังแท้ (Dermis) จะสร้าง Extracellular Matrix หรือ ECM ซึ่งมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบออกมา เพื่อสร้างเนื้อเยื่อเติมเต็มส่วนที่หายไปจากการบาดเจ็บ ซึ่งในขั้นตอนนี้เองที่การจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ อาจไม่สมบูรณ์คือผลิตออกมามากหรือน้อยเกินไปจนเกิดเป็นรอยแผลเป็นชนิดต่างๆ ได้

ประเภทของรอยแผลเป็น

1. รอยแผลเป็นทั่วไป

เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด แรกเริ่มมักเป็นสีแดงหรือสีคล้ำ นูนขึ้นมาจากผิวหนัง หลังจากนั้นจึงค่อยๆ มีสีอ่อนและแบนลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึง 2 ปี และหากดูแลไม่ดีก็จะยังคงเหลือร่องรอยแผลเป็นทิ้งไว้เช่นเดียวกับแผลเป็นชนิดอื่นๆ

2. รอยแผลเป็นนูน/คีลอยด์

กระบวนการรักษาแผลที่คอลลาเจนถูกสร้างขึ้นมากผิดปกติ ทำให้เนื้อเยื่อของแผลเป็นนูนขึ้นและมีสีแดง หากเติบโตจนเกินขอบเขตของแผลเดิมและขยายขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าแผลจะหายดีแล้วจะเรียกว่าเป็น รอยแผลเป็นชนิดคีลอยด์ แต่หากเป็นรอยแผลเป็นนูนธรรมดา เนื้อเยื่อที่นูนนั้นจะไม่ขยายกว้างไปกว่าแผลเดิม

3.รอยแผลเป็นจากแผลไหม้

ผิวหนังที่ถูกไหม้อาจพัฒนาจนเกิดแผลเป็นชนิดนี้ โดยจะทำให้ผิวหนังตึง และอาจส่งผลให้การเคลื่อนไหวบริเวณที่เกิดแผลทำได้ไม่เต็มที่ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือแผลนี้สามารถเกิดลึกลงไปจนกระทบต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้

4. รอยแผลเป็นหลุมสิว

ปัญหาสิวที่รุนแรงอาจทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้ไม่หาย ซึ่งแผลเป็นจากสิวหรือ depressed scar จะมีลักษณะเป็นร่อง หรือรูบุ๋มลึกลงไปใต้ผิวหนัง เกิดจากเมื่อมีการอักเสบของสิว จะทำให้คอลลาเจนใต้ผิวหนังยุบตัวลงไปและเกิดเป็นหลุมลึกนั่นเอง

5. สารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยลดรอยแผลเป็น

  1. ใบบัวบก : กระตุ้นคอลลาเจน แผลหายไว ไม่เกิดรอยแผลเป็นนูน

ใบบัวบก พืชพื้นบ้านที่มีดีกว่าแค่แก้ช้ำใน จะมีสารออกฤทธิ์สำคัญ 2 ตัวที่ช่วยในการลดรอยแผลเป็นนั่นคือ Madecassid และAsiaticoside มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและลดอาการอักเสบ ลดรอยหมองคล้ำ รอยด่างดำของผิว รอยแดง ลดรอยแผลเป็นต่างๆ   คุณสมบัติสำคัญคือช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว และยับยั้งอนุมูลอิสระ จึงช่วยสมานแผลทำให้แผลหายเร็ว รอยแผลเป็นมีขนาดเล็กลง นอกจากนี้ยังช่วยยับยั้งกระบวนการเกิดแผลเป็นชนิดนูน

โดยใช้ใบบัวบกสด 1 กำมือ มาล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำทาบริเวณแผล ก็จะทำให้แผลหายสนิทและลดการเกิดรอยแผลเป็นนูน

  1. หอมหัวใหญ่: รอยแผลเป็นนิ่มขึ้น รอยดำ รอยแดงจางไว

หอมหัวใหญ่ถือเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมนำมาสกัดเป็นครีมรักษรอยแผลเป็นมากที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะในหัวหอมมีสารกลุ่ม Flavonoid อันได้แก่ Quercetin และ Kaempferol อยู่ในนั้น จึงช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็นชนิดนูน โดยช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของกระแสโลหิตเข้าสู่แผลเป็นที่นูนแข็ง ทำให้รอยแผลเป็นนิ่มขึ้นและสีผิวจางลง

ฝานหัวหอมเป็นแผ่นบางๆ แล้วบีบเอาน้ำหัวหอมมาแต้มไปที่แผลเป็นโดยตรง เมื่อแห้งดีแล้ว จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง รอยดำและรอยแผลเป็นจะลดเลือนลงได้

  1. ว่านหางจระเข้ : ลดการอักเสบ สมานแผล ผิวชุ่มชื้น

เป็นวิธีรักษารอยแผลเป็นที่เหมาะมากสำหรับแผลเป็นที่เกิดขึ้นใหม่ เพราะว่านหางจระเข้มีสารสำคัญอย่าง Aloe-emodin, Aloesin, Aloin, Glycoprotein, Aloclin A และ Aloctin B มีสรรพคุณในการลดการอักเสบ สมานแผล บรรเทาอาการไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ลดการอักเสบเป็นแผลเรื้อรัง ลดการอักเสบร้อนแดงของผิวหนัง ช่วยรักษาแผลให้หายเร็ว ไม่เกิดแผลเป็น และยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย

เพียงนำวุ้นจากว่านหางจระเข้มาทาบริเวณแผลเป็น ทิ้งไว้ให้วุ้นจากว่านหางจระเข้ซึมซาบลงสู่ผิวจนแห้ง ซึ่งหากทำเป็นประจำทุกวันจะสังเกตได้เลยว่ารอยแผลเป็นจะค่อยๆ ยุบลงและจางหายไปอย่างเห็นได้ชัด

  1. น้ำมะนาว : สิวแห้งไว ลดเลือนรอยแผลเป็นจากสิว

สำหรับรอยแผลเป็นจากสิว รอยแดง รอยดำต่างๆ การใช้ตัวช่วยธรรมชาติอย่างมะนาวถือว่าถูกและดี เพราะในน้ำมะนาวมีกรดแอล-แอสคอร์บิกซึ่งเป็นยาสมานโดยธรรมชาติ ทำให้สิวแห้ง อีกทั้งน้ำมะนาวมีสารต่อต้านแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวด้วย ถึงแม้น้ำมะนาวนั้นรักษาสิวและรอยแผลเป็นจากสิวได้ผลดี แต่ก็ต้องใช้อย่างเหมาะสมและระมัดระวังเพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้

นำน้ำมะนาว มาทาให้ทั่วบริเวณที่มีรอยแผลเป็น จากนั้นทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออก ตามด้วยเช็ดผิวให้แห้งสนิทแล้วทามอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำเป็นประจำวันละ 2 ครั้งอย่างต่อเนื่อง รอยแผลเป็นก็จะค่อยๆ จางลงและหายไปในที่สุด

  1. น้ำผึ้ง : ต้านการติดเชื้อ ช่วยสมานแผล

น้ำผึ้งหวานฉ่ำมีดีมากกว่าแค่ความอร่อย แต่ช่วยลดรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวกและรอยสิวได้ด้วย ซึ่งในน้ำผึ้งประกอบด้วยน้ำตาลประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเป็นน้ำ แร่ธาตุ กรด โปรตีนบางชนิด และสารชนิดอื่นๆ  มีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรีย เพิ่มการสมานของแผล อีกทั้งช่วยลดการเกิดแผลเป็นนูนและแผลเป็นที่เกิดจากแผลไหม้ได้ดี ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณแผลเป็น จึงทำให้รอยแผลเป็นค่อยๆ จางลงไปและหายเป็นปกติ

นำน้ำผึ้งมาทาบริเวณที่เกิดรอยแผลเป็น แล้วนวดวนเบาๆ ประมาณ 10 นาที จากนั้นให้ทิ้งไว้อีก 30 นาที ทั้งนี้แนะนำให้ทำเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง และทำวันละ 2 ครั้ง จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก

เห็นมั้ยล่ะคะว่าการลดเลือนรอยแผลเป็นให้จางหายไป ไม่ใช่เรื่องยากเลย และสมุนไพรใกล้ตัวเราก็มีดีกว่าที่คิดมากๆ นอกจากจะปลอดภัยไร้ผลข้างเคียงเพราะเป็นสารสกัดที่ได้จากธรรมชาติล้วนๆ แล้ว ยังหามาใช้ได้ง่าย ไม่ต้องเสียเงินซื้อครีมลดรอยแผลเป็นแพงๆ จากต่างประเทศมาใช้ให้สิ้นเปลือง ใครที่กำลังมีปัญหารอยแผลเป็นต่างๆ จะรอยแผลเป็นจากสิว รอยแผลเป็นไฟไหม้น้ำร้อนลวกหรือรอยแผลเป็นจากแผลผ่าตัด ก็ลองนำสมุนไพรจากธรรมชาติที่เราแนะนำไปลองใช้กันดูนะคะ หรือหากยุ่งยากเกินไปก็หาซื้อครีมลดรอยแผลเป็นแบรนด์ไทยที่อัดแน่นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอย่าง La Vitta Scare Care มาใช้แทนก็ได้ค่ะ

Add Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *